Loading…

ผลึกความคิด…ปรัชญานักวิ่งชั้นนำโดย Eliud Kipchoge

นักวิ่งมาราธอนชั้นแนวหน้าของโลก Eliud Kipchoge ผู้ชนะ World Major Marathon ทั้ง 7 สนามได้กล่าวถึงเทคนิคและความคิดอันเป็นหลักปรัชญาตนเองในการฝึกซ้อมวิ่งมาราธอน เมื่อครั้งมาเยี่ยม Oxford University เรามาดูกันว่าเทคนิคลับที่นักวิ่งชั้นแนวหน้าของโลก ในการวิ่งแข่งขันมาราธอนมีอะไรกันบ้าง

Canadian Running Magazine

On self-discipline: “Only the disciplined ones are free in life. If you are undisciplined, you are a slave to your moods. You are a slave to your passions.”

ระเบียบวินัยคือหัวใจ : ระเบียบวินัยคือสิ่งที่ทำให้เราอยู่เหนืออารมณ์และไม่กลายเป็นทาสความปราณนาตนเองได้ ที่สำคัญ มันคือสิ่งเดียวในโลกนี้ที่มีให้ฟรี

On preparation: “To win is not important. To be successful is not even important. How to plan and prepare is crucial. When you plan very well and prepare very well, then success can come on the way. Then winning can come on your way.”

จงวางแผนและเตรียมตัวให้ดี : จะชนะหรือจะประสบความสำคัญก็ไม่ใช้เรื่องสำคัญ แต่การวางแผนเตรียมความพร้อมสิ สำคัญยิ่งกว่า เมื่อใดที่เราวางแผนดี เตรียมตัวดี ความสำเร็จและชัยชนะจะเดินเข้ามาหาเอง

On thinking positively: “Pleasure in what you are doing is what puts perfection in your work—that’s a quote by Aristotle.”

คิดบวกเป็นแรงผลักดัน : หากเราชอบในสิ่งที่เราทำ ความชื่นชอบจะเป็นตัวผลักดันให้เราทำสิ่งนั้นได้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

On consistency: “I’m confident to say that if you want to grow in a profession, consistency is the key…I’m strict about my work goals and training. When I miss one [workout session], it’s like missing a discussion with your classmates, where six people are discussing a subject. If I miss one training, then I will not sleep well.”

IAAF

มีความต่อเนื่อง : ความต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญในการพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นมืออาชีพ ผมเข้มงวดกับการฝึกฝนตัวเองมาก หากวันไหนที่ขาดคลาสไป ก็เหมือนไม่ได้เจอเพื่อนร่วมชั้น เวลามีสมาชิก 6 คนถกปัญหากัน แต่คุณขาดคนเดียว มันตามเพื่อนไม่ทัน ไม่รู้ว่าเพื่อนเราคุยเรื่องอะไรกัน คุณจะนอนหลับไหมละ

On “mental fitness”:

“Mental fitness plays a big role during competition. If you don’t rule your mind, your mind will rule you. That’s the way I think about this sport.”

จิตใจนักสู้ เป็นนักวิ่งจิตใจต้องมั่นคง : สำหรับกีฬาประเภทนี้ จิตใจเป็นตัวแปรสำคัญในการแข่งขัน คุณต้องเอาชนะมันหรือไม่มันก็จะเอาชนะคุณ

On race strategy: “In the marathon, the first half is just a normal run. At 15 kilometers, 20 kilometers, everybody is still going to be there. Where the marathon starts is after 30 kilometers. That’s where you feel pain everywhere in your body. The muscles are really aching, and only the most prepared and well-organized athlete is going to do well after that. I’ll go with the pace, but after 30 kilometers, I’ll change to my own pace. And if you’re ready to follow me, then we can go together.”

กลยุทธ์การแข่งขัน : สนามต่อสู้ที่แท้จริงของมาราธอนเริ่มที่ 30 กิโลเมตร ครึ่งแรกของการวิ่ง 15 และ 20 กิโลเมตรก็แค่การวิ่งธรรมดา แต่เมื่อเข้าสู่กิโลเมตรที่ 30 กล้ามเนื้อร่างกายทุกส่วนของคุณจะเริ่มแสดงอาการเจ็บปวด สำหรับคนที่เตรียมตัวมาพร้อม วางแผนมาดีเท่านั้นจะวิ่งได้ดีต่อไป สำหรับผม เมื่อผ่านเข้าสู่กิโลเมตรที่ 30 ผมจะเปลี่ยนไปวิ่งตามเพซของตัวเอง ถ้าคุณยังไหว ผมก็ยินดีที่จะวิ่งไปด้วยกัน

sundiatapost.com

On adaptability: “Become comfortable with being uncomfortable. Accept change.”

การปรับตัว : พร้อมรับทุกสถานการณ์แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สบาย ไม่สะดวก ยอมรับมันซะและปรับตัวเข้าหามัน

On believing in yourself: “I believe in what I am doing. To run a big marathon and win takes five months. When I’m on the starting line, my mind starts reviewing what I have been doing the last five months. I believe in my training, and I treat myself as the best one standing on that line.”

จงเชื่อมั่นในตัวเอง : จงเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ การแข่งขันรายการมาราธอนใหญ่ๆ ครั้งหนึ่งต้องใช้เวลาเตรียมตัวถึง 5 เดือน เมื่อยืนอยู่ ณ เส้นสตาร์ท ผมจะคิดถึงช่วงเวลาที่ฝึกซ้อมตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา จงเชื่อในแผนการฝึกซ้อมของเรา ดูแลตัวเองให้ดีให้พร้อมที่สุดเมื่อต้องยืน ณ เส้นสตาร์ท

On managing pain during a marathon and how even the best marathoner in the world has a tough time the next day: “When I have a lot of pain, I try to confuse my mind to forget about the pain and think about the distance. I don’t want pain to be in my mind, because I’d really lose focus on running. After winning, you won’t have that pain, but it comes later. The marathon is hard; the second day, you don’t go up or down stairs.”

การจัดการอาการเจ็บระหว่างแข่งขันและอาการปวดหลังวันแข่ง : ระหว่างที่ผมมีอาการปวดเจ็บ ผมจะใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจไปให้กับสิ่งอื่นแทน อย่างเช่นการคิดถึงระยะทาง ผมไม่อยากคิดถึงอาการปวดเจ็บในสมองระหว่างแข่งขัน เพราะจะทำให้เสียสมาธิ เมื่อจบการแข่งขันคุณยังไม่มีอาการปวด แต่มันจะมาพรุ่งนี้ สำหรับการจัดการตัวเองหลังวันแข่งขันนั้น ไม่ควรเดินขึ้นลงบันไดครับ

อ้างอิง : www.outsideonline.com